
ก่อนการเดินทางและเมื่อเดินทางไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกา
วางแผนการเดินทาง
โดยทั่วไปแล้ว คือการเดินทางโดยเครื่องบินซึ่งนักศึกษาสามารถซื้อทั้งตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศและภายในประเทศพร้อมกันได้ สายการบินจากประเทศไทยที่มีเส้นทางบินไปสู่ประเทศสหรัฐอเมริกามีอยู่มากมาย นักศึกษาควรตรวจสอบกับสายการบินหรือบริษัทจัดจำหน่ายตั๋วเดินทาง ถึงราคาและเส้นทางการบินที่เหมาะสม นอกจากนี้ การเดินทางในช่วงก่อนเปิดภาคการศึกษา นักศึกษาอาจต้องสำรองที่นั่งก่อนล่วงหน้าเป็นเวลานาน ควรตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่สถาบันถึงวิธีการเดินทางไปสถาบันที่เหมาะสมที่สุด หลังจากนั้น ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบถึงกำหนดการเดินทางไปถึงด้วย เนื่องจากบางสถาบันมีบริการไปรับนักศึกษาที่สนามบิน
การจัดเก็บสัมภาระ
ก่อนการจัดกระดินทาง มีสิ่งที่ต้องพิจารณามากมาย สรุปได้ดังนี้
น้ำหนักของกระเป๋าที่สามารถนำติดตัวไปได้ : สายการบินส่วนใหญ่ที่มีเส้นทางการบินจากประเทศไทย ไปสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา อนุญาตให้ผู้เดินทาง สามารถนำกระเป๋าเดินทางไปได้รวม 3 ใบ โดย 2 ใบ เป็นกระเป๋าที่ต้อง Check in เข้าเครื่องน้ำหนักไม่เกิน23 กิโลกรรม ส่วนอีกใบเป็นกระเป๋าที่สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องไปได้ บางสายการบินอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขนาดของกระเป๋าด้วย ดังนั้น นักศึกษาควรตรวจสอบกับสายการบินก่อน
สิ่งที่ควรนำติดตัวไปด้วย : เรื่องสิ่งของที่จะนำติดตัวไปจะมีรายละเอียดต่างๆ แตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล อย่างไรก็ดี ควรเริ่มจัดกระเป๋าแต่เนิ่นๆ เพราะหากมีน้ำหนักเกินจะได้มีเวลาในการคัดเลือกสิ่งของออกได้อย่างเหมาะสม และไม่ควรกังวลในการที่จะเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด สิ่งขิงบางอย่างสามารถจัดส่งตามไปที่หลังได้ หากกล่าวโดยรวมแล้ว สิ่งที่ควรจะนำติดตัวไปด้วยคือ
- เสื้อผ้า : นักศึกษาควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศของสถานที่ที่เรากำลังจะเดินทางไปให้ดี รวมถึงช่วงเวลาที่เดินทางว่าอยู่ในฤดูอะไร ทั้งนี้เพื่อให้สามารถเตรียมเสื้อผ้าที่จำเป็นและเหมาะสมได้ แต่ไม่ควรนำติดตัวไปมากเกินไปเนื่องจากสามารถหาซื้อเสื้อผ้าที่เหมาะสมและเข้ากับคนที่นั่นได้มากกว่า
- พจนานุกรมอังกฤษ-ไทย หรือ ไทย-อังกฤษ : เนื่องจากนักศึกษาอาจหาพจนานุกรมแบบที่มีภาษาไทยด้วยไม่ได้ในประเทศสหรัฐอเมริกา
- เอกสารที่สำคัญของนักศึกษาทั้งหมด : ควรนำติดตัวขึ้นเครื่องไปด้วยไม่ควรจัดไว้ในกระเป๋าใบใหญ่
- ยาประจำตัว : เช่นยาแก้หวัด แก้ปวดหัว แก้ท้องเสีย หรือยาดม ทั้งนี้เนื่องจากในประเทศสหรัฐอเมริกา การซื้อยาส่วนใหญ่จะต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น
- อาหาร เมล็ดพืชพันธุ์
- สัตว์ทุกประเภท
- ยาทุกประเภท ยกเว้นในกรณีที่มีใบสั่งแพทย์เป็นภาษาอังกฤษแนบไปด้วย
- เครื่องประดับราคาแพง
- อาวุธ : เช่น ปืน มีด หรือสิ่งของที่อาจใช้เป็นอาวุธได้
- สิ่งเสพย์ติดมึนเมา ?หรือยาเสพทุกชนิด
ที่สนามบิน
นักศึกษาควรไปถึงสนามบินอย่างน้อย 2 ชั่วโมงล่วงหน้า ควรระมัดระวังและสังเกตประตูที่ต้องไปขึ้นเครื่องของทุกช่วงการเดินทาง เนื่องจากสนามบินบางแห่งมีขนาดใหญ่มากและมีประตูขึ้นเครื่องกว่า 100 ประตู การเดินทางไปขึ้นเครื่องที่ประตูหนึ่งอาจต้องนั่งรถใต้ดินหรือรถบัสไป ดังนั้น นักศึกษาควรสอบถามเจ้าหน้าที่สายการบินเกี่ยวกับการเดินทางไปประตูขึ้นเครื่องล่วงหน้าด้วย นอกจากนี้ควรสังเกตเวลาท้องถิ่นของสนามบินที่เราไปถึง เนื่องจากเวลาขึ้นเครื่องแต่ละช่วงจะกำหนดเป็นเวลาท้องถิ่น ซึ่งจะแตกต่างจากเวลาประเทศไทย นักศึกษาควรปรับเวลานาฬิกาของตนด้วยทุกครั้งเพื่อป้องกันความสับสนเกี่ยวกับเวลาขึ้นเครื่อง
การปรับเวลาในประเทศสหรัฐอเมริกา
ในขณะที่เครื่องบินจะลงจอดที่สนามบินในประเทศสหรัฐอเมริกา เจ้าหน้าที่บนเครื่องจะประกาศให้ทราบถึงเวลาท้องถิ่นโดยใช้ระบบ 12 ชั่วโมง มากกว่า 24 ชั่วโมง ซึ่งหมายถึงเวลา 12 ชั่วโมงตั้งแต่เที่ยงคืน ถึงเที่ยงวันใช้ตัวอักษร ?a.m.? (antemeridian) และเวลา 12 ชั่วโมง ตั้งแต่เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน ใช้ตัวอักษร ?p.m.? (post meridian)
การตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับการเข้าเมือง
เอกสารที่จำเป็นต้องมีติดตัวไปด้วยขณะเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา คือ หนังสือเดินทางพร้อมวีซ่าแบบฟอร์ม I-20 AB, I-20 MN หรือ IAP-66/DS-2019 ระหว่างที่อยู่บนเครื่องบิน เจ้าหน้าที่บนเครื่องบินจะแจกเอกสารให้กับผู้เดินทาง 2 ประเภท คือ Custom Declaration Form และ Arrival-Departure Form (I-94) นักศึกษาต้องกรอกเอกสารทั้ง 2 ฉบับนี้บนเครื่องบิน เพื่อยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ในขั้นตอนของการตรวจสอบเอกสารเข้าเมือง ไม่ว่านักศึกษาจะเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่าประเภทใด เจ้าหน้าที่บนเครื่องบินจะแจก I-94 เป็นแบบฟอร์มสีขาว ที่ต้องยื่นต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง I-94 ทุกใบจะมีเลขอยู่ตรงมุมบนด้านซ้ายซึ่งนั่นจะกลายเป็นเลขประจำตัวของนักศึกษาที่ทาง INS จะเก็บไว้เป็นข้อมูล
เมื่อมาถึงกองตรวจคนเข้าเมือง
เมื่อเครื่องบินมาจอดเทียบท่าสนามบินนานาชาติแห่งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ถึงเวลาที่นักศึกษาต้องออกจากสนามบิน ให้มองหาป้าย Immigration แล้วเดินไปเพื่อตรวจหนังสือเดินทาง เมื่อมาถึงช่องตรวจหนังสอเดินทาง ต้องสังเกตให้ดีเนื่องจากมีการแบ่งช่องตรวจตามประเภทของวีซ่า อาทิเช่น ช่องวีซ่านักการทูต (Diplomatic Visa) ช่องวีซ่าชาวอเมริกัน (U.S. Citizen) ช่องวีซ่าชาวต่างประเทศ (Non-Immigrant Visa) และช่องวีซ่านักเรียน (Student Visa) สำหรับสนามบินที่ไม่มีช่องวีซ่านักเรียนให้เข้าที่ช่องวีซ่าต่างประเทศแทน
เมื่อถึงคิวการตรวจเอกสาร นักศึกษาก็ยื่นเอกสารทั้งหมดให้กับเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมือง อาจมีการซักถามคำถามบ้าง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะประทับตราบันทึกตัวเลขและคืนเอกสารทั้งหมดให้
หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและได้รับเอกสารคืนแล้ว ต้องออกมารับกระเป๋าใบใหญ่โดยสังเกตจากป้ายแสดงในสนามบิน ซึ่งจะบอกว่าสายการบินใดจะนำส่งกระเป๋าไปอยู่ที่สายพานช่องใด นักศึกษาอาจไปเตรียมรถเข็นไว้ล่วงหน้า ซึ่งบางสนามบินอาจให้บริการ ฟรี แต่บางแห่งอาจต้องหยอดเหรียญ US $1-2 จากนั้นก็สามารถไปรอรับกระเป๋าที่สายพานเบอร์ที่บอกได้เลย
?